郝少如先師

เฮ่า เส้าหรู (郝少如, Pinyin: Hǎo Shàorú; ค.ศ. 1907–1983) ชื่อจริง เมิ่งซิว (梦修, Pinyin: Mèngxiū) ชื่อรอง เส้าหรู เป็นชาวถนนซีเจีย เขตเมืองกว่างฝู่ อำเภอหย่งเหนียน มณฑลเหอเป่ย์ ปู่คือ เฮ่า เว่ยเจิน (郝为真, Pinyin: Hǎo Wéizhēn) และบิดาคือ เฮ่า เยว่หรู (郝月如, Pinyin: Hǎo Yuèrú) ซึ่งล้วนเป็นผู้สืบทอดมวยไท้เก๊กตระกูลอู่
เฮ่า เส้าหรู มีรูปร่างสูงใหญ่ กำลังแขนแข็งแรง มีลักษณะสืบทอดแบบอย่างจากปู่คือ เฮ่า เว่ยเจิน เนื่องจากเติบโตในตระกูลมวยไท้เก๊ก ตั้งแต่วัยเยาว์จึงฝึกมวยกับปู่และบิดา ชีวิตประจำวันผูกพันกับการฝึกฝนทางมวยอย่างแนบแน่น ตั้งแต่วัยหนุ่มก็เข้าถึงทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติของมวยไท้เก๊กสกุลอู่ได้อย่างลึกซึ้ง เพียงอายุ 21 ปี ก็สามารถเข้าถึงแก่นของมวยไท้เก๊กสกุลอู่ได้อย่างถ่องแท้ และได้เป็นผู้ช่วยสอนในกองมวยจีน ณ สถาบันกั๋วซู่ (国术馆, Pinyin: Guóshùguǎn) ประจำอำเภอหย่งเหนียน

ในปี ค.ศ. 1932 ขณะมีอายุเพียงยี่สิบสี่ปี เฮ่า เส้าหรู ได้ร่วมกับบิดาไปสอนมวยไท้เก๊กสกุลอู่ ณ มหาวิทยาลัยกลางหนานจิง (南京中央大学, Pinyin: Nánjīng Zhōngyāng Dàxué) และศาลสูงสุดหนานจิง (南京最高法院, Pinyin: Nánjīng Zuìgāo Fǎyuàn) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ

ต่อมา ด้วยการแนะนำของ จาง ซื่ออี (张士一, Pinyin: Zhāng Shìyī) เขาได้เดินทางไปแทนบิดาเพื่อสอนมวยไท้เก๊ก ณ โรงงานผลิตยาซินย่า (新亚制药厂, Pinyin: Xīnyà Zhìyàochǎng) ในนครเซี่ยงไฮ้ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่มวยไท้เก๊กสกุลอู่ในนครเซี่ยงไฮ้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1933 ด้วยการแนะนำของ อู๋ ซ่างเชียน (吴上千, Pinyin: Wú Shàngqiān) เขาได้สอนมวยไท้เก๊กสกุลอู่ในโรงเรียนเอกชนเซี่ยงไฮ้ และสมาคมเจิ้งเต๋อ เมืองอู๋จิ้น (武进正德学社, Pinyin: Wǔjìn Zhèngdé Xuéshè)

ในปี ค.ศ. 1937 เฮ่า เส้าหรู ได้ก่อตั้ง “สำนักมวยไท้เก๊กสกุลเฮ่า” (郝派太极拳社) ในนครเซี่ยงไฮ้ ต่อมาเนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองผันผวน เขาจึงเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำของโรงงานผลิตยาซินย่า และจำต้องวางบทบาทครูมวยไว้ชั่วคราว

ในปี ค.ศ. 1961 ด้วยการแนะนำของ กู้ หลิวซิน (顾留馨, Pinyin: Gù Liúxīn) ผู้อำนวยการศูนย์กีฬานครเซี่ยงไฮ้ เฮ่า เส้าหรู ได้กลับมาสอนมวยไท้เก๊กสกุลอู่อีกครั้ง ณ ศูนย์กีฬานครเซี่ยงไฮ้ โดยในช่วงเวลานี้ หลี่ เว่ยหมิง (李伟明, Pinyin: Lǐ Wěimíng) ได้เข้าศึกษากับเขา

 

อาจารย์ เฮ่า เส้าหรู ถ่ายภาพในสวนสาธารณะเซี่ยงไฮ้เมื่อปี 1965

 

 เฮ่า เส้าหรู มีความรู้ด้านมวยไท้เก๊กอย่างกว้างขวาง และสามารถบูรณาการทฤษฎีกับการปฏิบัติได้อย่างสูง เขาสามารถอธิบายความหมายของทุกถ้อยคำในคัมภีร์มวยของ หวัง จงเยว่ (王宗岳, Pinyin: Wáng Zōngyuè) อู่ ยวี่เซียง (武禹襄, Pinyin: Wǔ Yǔxiāng) และ หลี่ อี้อวี๋ (李亦畬, Pinyin: Lǐ Yìyú) ได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแสดงสาระสำคัญเหล่านั้นออกมาในท่าฝึกและการแสดงมวยได้อย่างครบถ้วน ความเข้าใจในหลักการมวยของเขาละเอียดลึกซึ้ง การถ่ายทอดมีความชัดเจนแม่นยำ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์มวยไท้เก๊กสกุลอู่ผู้ที่ทั้งวิชาและทฤษฎีสมบูรณ์พร้อม

ในด้านการฝึกผลักมือ เฮ่า เส้าหรู สามารถควบคุมและจัดการคู่ฝึกได้ตามใจโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1964 ณ ศูนย์กีฬานครเซี่ยงไฮ้ ระหว่างการแสดงผลักมือ เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า “ไป๋เอ๋อ เลี่ยงชื่อ” (白鹅亮翅, Pinyin: Bái É Liàng Chì) ยกคู่ฝึกคือ ซุน โหย่วเต๋อ (孙友德, Pinyin: Sūn Yǒudé) จากด้านหน้าซ้ายขึ้นสู่กลางอากาศ จากนั้นหมุนเป็นเกลียว 180 องศา และปล่อยลงจากด้านหลังขวาไปไกลหลายเมตร สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ชมทั้งสนาม ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1979 ณ สนามกีฬาเขตลู่หวาน นครเซี่ยงไฮ้ เขาได้แสดงการผลักมืออีกครั้ง โดยทำให้คู่ฝึกลอยออกจากพื้นสลับซ้ายขวา หมุนวนรอบตัวอย่างน่าตื่นตา เสียงปรบมือดังก้องยาวนาน

เฮ่า เส้าหรู ใช้พลังภายในอย่างบริสุทธิ์ โดยใช้จิตนำพลัง ใช้พลังขับแรง มือทั้งสองไม่จับ ไม่คว้า ไม่บีบ เพียงแตะเบา ๆ บนร่างคู่ฝึกก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ เมื่อรูปภายในเปลี่ยนแต่ภายนอกยังนิ่ง คู่ฝึกจะรู้สึกราวกับตกสู่ห้วงลึก สูญเสียการทรงตัว และเมื่อเขาปล่อยแรง คู่ฝึกก็จะถูกเหวี่ยงออกไปโดยไม่รู้ตัว ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ ผู้ชมต่างรับรู้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ เต็มเปี่ยม และเชื่อมต่อทั่วร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง เขายึดถือว่ามวยไท้เก๊กเป็นศิลปะ มิใช่เพียงเทคนิค

ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเดิน ยืน นั่ง หรือเอนกาย เฮ่า เส้าหรู มักอยู่ในสภาวะของการฝึกมวยเสมอ หากมีผู้ใดชนเข้ากับเขาในขณะยืนหรือเดิน ก็มักจะถูกสะท้อนออกไปในทันที

ตลอดชีวิต เฮ่า เส้าหรู มุ่งมั่นพัฒนาตนอย่างไม่หยุดยั้ง การอธิบายหลักการมวยไท้เก๊กของเขามีความครบถ้วน เฉพาะเจาะจง ละเอียด และแม่นยำยิ่งกว่าผู้มาก่อน ช่วยเสริมสร้างและเติมเต็มคลังความรู้ของมวยไท้เก๊กให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1963 สำนักพิมพ์กีฬาประชาชนแห่งกรุงปักกิ่งได้ตีพิมพ์หนังสือ 《มวยไท้เก๊กสกุลอู่》 (武式太极拳, Pinyin: Wǔshì Tàijíquán) ซึ่งเขาเป็นผู้เรียบเรียง นับเป็นผลงานสำคัญในการเผยแพร่มวยไท้เก๊กสกุลอู่ ภายในหนังสือเล่มนี้ได้บรรจุเนื้อหาที่มีคุณค่าสูงและไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ช่วยเปิดมุมมอง แก้ไขความเข้าใจผิดที่มีมาแต่เดิมเกี่ยวกับหลักการมวยไท้เก๊ก และมีความสำคัญต่อการศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับคุณค่าและพัฒนาการของมวยไท้เก๊ก

เฮ่า เส้าหรู ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1983 ณ นครเซี่ยงไฮ้ รวมอายุได้เจ็ดสิบห้าปี ระหว่างมีชีวิต เขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมศิลปะการต่อสู้แห่งนครเซี่ยงไฮ้ และที่ปรึกษาสมาคมศิลปะการต่อสู้เขตสวีฮุ่ย


郝少如先師

 

เฮ่อ เส้าหยู (ค.ศ. 1908 – 1983) ชื่อแรก เมิ่ง ซิว เป็นคนถนนตะวันตก เมือง กว่างฟู่ อำเภอหยงเหนียน มณฑล เหอเป่ย บิดาคือ เฮ่อ เย่อหยู ปู่คือ เฮ่อ เว่ยเจิง ล้วนเป็นผู้ลือชื่อทางมวยไท้เก็ก

เฮ่อ เส้าหยู มีรูปร่างสูงใหญ่ ล่ำสัน กำลังแขนเหนือคนธรรมดา คล้ายกับคุณปู่ เฮ่อ เว่ยเจิง มาก เนื่องจากเติบโตในตระกูลมวยไท้เก็ก เฮ่อ เส้าหยู ติดตามบิดา และคุณปู่ ฝึกมวยไท้เก็กตั้งแต่เด็ก ได้รับการชี้แนะจากบิดา และคุณปู่ ทำให้สามารถเข้าใจ หลักปฏิบัติและทฤษฎีของมวยไท้เก็กตั้งแต่เยาว์วัย เพียงอายุ 21 ปี ก็สามารถเข้าถึงแก่นของมวยไท้เก็กสกุลอู่ และได้เป็นผู้ช่วยสอนในกองมวยจีน อำเภอ หยงเหนียน ต่อมาปี ค.ศ. 1932 ด้วยวัยเพียง 24 ปี ก็ได้เป็นผู้ฝึกสอนมวยไท้เก็กสกุลอู่ที่มหาวิทยาลัยจงยัง และศาลฎีกา เมืองนานกิง พร้อมกับบิดา ภายหลังจากการแนะนำของ จาง ซื่อยี ได้เป็นตัวแทนบิดาไปเป็นผู้ฝึกสอนมวยที่โรงงานผลิตยาซินยา เมืองเซี่ยงไฮ้ ถือได้เป็นการเผยแพร่มวยไท้เก็กสกุลอู่ เข้าสู่เมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นครั้งแรก ปีค.ศ. 1933 ด้วยการแนะนำของ หวู ซ่างเซียน ได้เข้าสอนมวยที่โรงเรียนมัธยม เซี่ยงไฮ้ และโรงงาน หยู่จิ้นเจิ้งเต๋อ ปี 1937 ได้เปิดค่ายฝึกมวยไท้เก็กสกุล เฮ่อ ขึ้นที่เมือง เซี่ยงไฮ้ ตอนหลังเนื่องจากปัญหาทางการเมือง ก็ได้เข้าเป็นพนักงานประจำของ โรงงานผลิตยาซินยา และล้มเลิกชีวิตอาจารย์สอนมวยไท้เก็กชั่วขณะ ปี ค.ศ. 1961 จากการแนะนำของ นาย กู้ หลิงซิน ซึ่งเป็นหัวหน้า กองกีฬาเมืองเซี่ยงไฮ้ในขณะนั้น ได้เข้าสอนวิชามวยไท้เก็กสกุลอู่ที่สนามกีฬาเมืองเซี่ยงไฮ้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่ง นายหลี่ เว่ยหมิง ก็ได้เข้าเรียนวิชามวยกับ เฮ่อ เส้าหยู ในช่วงเวลานั้น

ความรู้มวยไท้เก็กของนาย เฮ่อ เส้าหยู กว้างขวางและลุ่มลึกมาก สุดยอดทั้งปฏิบัติและทฤษฎี เขาไม่เพียงสามารถอธิบายคำพูดทุกคำในหลักทฤษฎีไท้เก็ก ของปรมาจารย์แห่งไท้เก็กทั้ง 3 ท่านคือ นายหวัง จงเย่ นาย อู่ หยูเซียง และนาย หลี่ อี้หยี เท่านั้น ซ้ำยังสามารถร่ายรำมวยไท้เก็กได้อย่างหมดจด ไร้ที่ติ อีกทั้งสามารถอธิบายข้อกำหนดต่างๆ ที่ลึกซึ่งได้อย่างละเอียดและถูกต้องแม่นยำ จึงสมเป็นปรมาจารย์ไท้เก็กสกุลอู่ที่ลือชื่อคนหนึ่ง



เฮ่อ เส้าหยู เวลาใช้วิชาผลักมือ สามารถบังคับและควบคุมผู้อื่นได้ สมใจนึกโดยไม่ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บแม้แต่น้อย เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนจำนวนมาก เช่น เมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1964 เฮ่อเส้าหยูได้แสดงร่ายรำวิชาผลักมือ ในสนามกีฬาเมืองเซี่ยงไฮ้ เขาได้ใช้วิชายกและปล่อยที่ชื่อ นกกระเรียงขาวกางปีกยกคู่ต่อสู้ (นาย ซุน โหย่งเต๋อ) จากตำแหน่งหน้าซ้าย ขึ้นสู่ ท้องฟ้า หมุนเป็นเกลียว 180 องศา ไปตกลงที่ตำแหน่งหลังขวา ห่างจากอาจารย์เฮ่อ หลายเมตร ทำให้ผู้ชมทั้งสนามฮือฮามาก อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 1979 อาจารย์ เฮ่อ แสดงวิชาผลักมือที่โรงยิมแห่งตำบลหลูวาน เมืองเซี่ยงไฮ้ อาจารย์ ได้โยนคู่ต่อสู้เดี๋ยวก็จากซ้ายไปขวา เดี๋ยวก็จากขวาไปสู่ซ้าย ขึ้นไปบนอากาศหมุนไปมารอบๆ ตัวอาจารย์ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจมาก จึงได้รับเสียงปรบมือที่กึกก้องและยาวนาน อาจารย์ได้ใช้กำลังจากภายในล้วนๆ ไม่มีการฝืนแรงแม้แต่น้อย เขาใช้การตั้งใจจดจ่อในการเค้นลมปราณ ใช้ลมปราณในการส่งพลัง ใช้ภายในควบคุมกำลังภายนอก สองมือไม่ต้องจับคู่ต่อสู้ เพียงประกบบนร่างฝ่ายตรงข้ามก็สามารถทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ เช่นภายในเปลี่ยนแปลง แต่ภายนอกยังคงหยุดนิ่ง ทำให้คู่ต่อสู้เหมือนตกลงสู่เหวลึก ยืนไม่ติดหรือล้มตัวออกไป เพียงอาจารย์เริ่มออกแรง ฝ่ายตรงข้ามก็จะถูกโยนออกไปโดยไม่รู้ตัว จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ทุกคนที่เคยดูการแสดงของ เฮ่อ เส้าหยู ล้วนสามารถสัมผัสถึงท่วงท่าที่ยิ่งใหญ่ และอิ่มเอิบของอาจารย์ เฮ่อ เส้าหยู ซึ่งมีพลังเต็มตัว แต่ละท่าแต่ละกระบวน ล้วนถูกควบคุมโดยภายใน จากในถึงนอก จิง (พลัง) ชี่ (ลมปราณ) เสิน (การตั้งใจจดจ่อ) ทั้ง 3 สิ่งถูกผสมผสานในทุกท่วงท่า จึงทำให้ทุกกระบวนท่าดูตื่นตาตื่นใจมาก นายเฮ่อ เส้าหยู ถือว่า มวยไท้เก็ก ไม่เพียงเป็นวิชาต่อสู้ชนิดหนึ่ง แต่ยังถือว่าเป็นศิลปะแขนงหนึ่งด้วย เวลาอาจารย์ เฮ่อ เดิน ยืน นั่ง นอน ร่างกาย ล้วนเข้าสู่สภาพเดินพลังฝึกมวยอย่างเคยชิน เวลา อาจารย์ ยืนอยู่ถ้ามีใครล้มชนตัวท่านจะถูกเด้งกลับออกไปทันที

อาจารย์เฮ่อ เส้าหยู ได้ตั้งใจฝึกฝน และศึกษามวยไท้เก็ก ในชั่วชีวิตของท่าน ทฤษฎีของมวยไท้เก็กที่ท่านเขียนขึ้นนั้น เมื่อเทียบกับปรมาจารย์คนก่อนๆ จะยิ่งครอบคลุมระบุชัดเจน ละเอียดลออ และถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้องค์ความรู้แห่งไท้เก็กถูกเพิ่มพูนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1963 สำนักพิมพ์กีฬาประชาชนแห่งเมืองปักกิ่ง ได้พิมพ์จำหน่ายหนังสือของอาจารย์ เฮ่อ ชื่อ “มวยไท้เก็กสกุลอู่” นับเป็นผลงานที่สำคัญที่การเผยแพร่ และพัฒนามวยไท้เก็กสกุลอู่ ในหนังสือของอาจารย์เฮ่อ เส้าหยู ได้เขียนถึงเกล็ดมากมายที่มีคุณค่า และไม่มีคนทราบ ทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าใจมวยลึกซึ้งขึ้น และแก้ไขความเข้าใจผิดที่มีต่อทฤษฎีมวยไท้เก็กที่มีมาอย่างช้านาน จึงเป็นผลดีอย่างมากต่อการศึกษาและพัฒนา มวยไท้เก็กในทิศทางที่ถูกต้องมากขึ้น

อาจารย์เฮ่อ เส้าหยู เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1983 ที่เซี่ยงไฮ้ขณะอายุได้ 75 ปี อาจารย์เฮ่อ เส้าหยู ก่อนเสียชีวิต เป็นกรรมการสภาวูซูเมืองเซี่ยงไฮ้ และที่ปรึกษา สภาวูซูตำบลซูหุย